ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
บทความที่ลงใน "Home Buyers' Guide"
dot
dot

dot


เหล็กสำหรับสร้างบ้าน

 

                 ผมเชื่อแน่ว่าทุกท่านคงเคยเห็นโฆษนาทางทีวีอยู่ชิ้นหนึ่ง มีเนื้อเรื่อง ตอนแรกกล่าวถึงว่าบ้านคือวิมาน และมีเพลงประกอบ มีภาพอย่างซึ้งๆ ของคนในครอบครัว และสุดท้ายมีเด็กเล่นฟุตบอล แล้วเตะไปถูกตัวบ้าน ปรากฎว่าบ้านพังลงมาทั้งหลัง และจบลงด้วยการบอกว่าควรต้องใช้เหล็กมีคุณภาพ และเต็มขนาด ได้น้ำหนักในการสร้างบ้าน จึงจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

                 ทำไมเรื่องเหล็กมีความสำคัญถึงกับอาจจะทำให้บ้านพังได้ เนื่องจากว่าโดยทั่วไปแล้วคนธรรมดาคงไม่ทราบว่าเหล็กมีหลายชนิด ชาวบ้านคงทราบแต่ว่ามีเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อยเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ สำหรับตลาดของประเทศไทยนั้น แค่เหล็กกลม ที่มีขนาด 6 มม. 9 มม. ที่สำหรับผูกปลอกเสา ปลอกคาน หรือ วางสำหรับพื้นสำเร์จก่อนเทคอนกรีตทับหน้า ที่ช่างเรียกว่า เหล็ก 2 หุน และเหล็ก 3 หุน นั้น ร้านค้าขายวัสดุก่อสร้าง เวลาผู้รับเหมาไปซื้อก็จะมีให้เลือกว่าจะเอาแบบ เหล็กเบา หรือเหล็กเต็ม เพราะราคาต่างกัน เนื่องจากน้ำหนักต่างกัน ผู้รับเหมาส่วนใหญ่ ก็จะเลือกซื้อเหล็กเบา ซื่งก็คือ พื้นที่หน้าตัดก็จะไม่เต็มตามมาตรฐาน เหล็กข้ออ้อยก็เช่นกัน มีทั้งเหล็กเบา และเหล็กเต็ม ดังนั้นเวลาสร้างบ้าน หรือต่อเติมบ้าน ท่านเจ้าของก็อาจจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนที่จะเลือกผู้รับเหมาว่าจะเชื่อถือได้แค่ไหน ซึ่งแน่นอนว่า ผู้รับเหมาที่คิดราคาถูกกว่าอาจจะเลือกซื้อเหล็กที่เบากว่าเวลาทำงานก็เป็นได้

            ผมขออนุญาตบอกรายละเอียดการเรียกเหล็ก ที่ช่างทั่วไปเรียกดังนี้คือ เรามาทบทวนความทรงจำกันก่อนว่า 1 นิ้วในไม้บรรทัดนั้น ถ้าเป็นเป็นเซ็นติเมตร จะมีความยาวเท่ากับ 25 มิลลิเมตร หรือ 2.50 ซม. (ตัวเลขที่ถูกต้องที่สำหรับวิศวกรใช้คือ 2.54 ซม.) และใน 1 นิ้ว นั้นแบ่งเป็น 8 ช่องหลัก เรียกว่า 8 หุน (ลองหาไม้บรรทัดมาดูซิครับ) ดังนั้น ถ้า 1 หุน ก็จะต้องประมาณเท่ากับ 25/8 ซึ่งเท่ากับ 3.13 มม. ดังนั้นเหล็ก 2 หุน ก็คือ เหล็ก 6 มม.นั่นเอง เหล็ก 3 หุน ก็คือ เหล็ก 9 มม. เหล็ก 4 หุน ก็คือ เหล็ก 12 มม. ไล่ขึ้นไปเป็นเหล็ก 5 หุน 16 มม. 6 หุน 20 มม. และเหล็กนิ้ว คือเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 มม. ครับ ดังนั้นต่อจากนี้ ถ้าท่านได้ยินช่างพูดถึงเหล็กเป็นหุน ก็คงจะทราบแล้วนะครับ ว่าหมายถึงเหล็กขนาดเท่าใด แต่ถ้าเป็นวิศวกรเรียก โดยทั่วไปก็จะเรียกว่าเหล็กขนาด กี่ มม. ครับ เช่นเรียกเหล็ก 20 มม. ว่า เหล็ก 20 เป็นต้น โดยละ คำว่า มิลลิเมตรไว้

            รายละเอียดของเหล็กแต่ละชนิดคือ เหล็กกลม (Round Bar) มีกำลังรับแรงดึงอยู่ที่ 2,400 กก./ตร.ซม. ซึ่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า  SR 24  (SR มาจาก Steel Round)  และที่ขายในตลาดจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  6 มม. และ 9 มม. สำหรับขนาดอื่นเช่น 15, 19 และ 20 มม. ร้านค้าทั่วไปไม่มีวางขายถ้าจำเป็นต้องใช้ ต้องมีการสั่งพิเศษเท่านั้น สำหรับเหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) ที่ขายทั่วไปมีกำลังรับแรงดึงอยู่ที่ 3,000 กก./ตร.ซม. ซึ่งเรียกว่าเหล็ก  SD 30 (SD = Steel Deformed)  โดยจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่ 10 มม. (ต้องสั่งพิเศษ) , 12, 16, 20, 25, 28 มม. แต่ตามร้านค้าทั่วไป เหล็กตั้งแต่ ขนาด 20 มม. ส่วนใหญ่ไม่มีวางจำหน่าย ต้องสั่งพิเศษ เหล็กข้ออ้อยยังมีขนาดรับแรงดึงอีก 2 ขนาดคือ เหล็ก SD 40 และ เหล็ก SD 50 ซึ่งรับแรงที่ 4,000 และ 5,000 กก./ตร.ซม. ใช้สำหรับงานขนาดใหญ่ เช่นพวกตึกสูง หรือโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ที่การออกแบบทางโครงสร้างของวิศวกร ว่าจะใช้เหล็ก รับกำลังเท่าใด ดังนั้น จะเห็นว่า เหล็กเบาที่ขาย คือเหล็ก ที่มี พท.หน้าตัด ถูกรีดให้เล็กลงกว่ามาตรฐาน ซึ่งก็ทำให้การรับแรง ต่อพื้นที่ รับได้น้อยลง ถามว่า บ้านธรรมดา 2 ชั้น จะเป็นอันตรายหรือไม่ คำตอบคือ ตราบใดที่ใช้สอยปกติก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันใดมีการรับน้ำหนักเกิน ก็อาจจะมีอาการให้เห็น เช่น เสา หรือ คาน อาจร้าวได้

สำหรับความรู้เรื่องเหล็กนั้น ผู้รับเหมาทั่วไปส่วนใหญ่ผมเชื่อว่ามีน้อยคนที่จะรู้อย่างเช้าใจถ่องแท้ ดังนั้นถ้าท่านจะสร้างบ้าน หรือต่อเติม ถ้ามีความรู้เรื่องเหล็กอยู่บ้าง ผมเชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ เพื่อที่จะไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้รับเหมาที่ไม่ซื่อสัตย์ได้

 สมชาย เจียมธีรสกุล

            10 ธันวาคม 2548







Copyright © 2010 All Rights Reserved.